โรคลำไส้อักเสบแปรปรวน เป็นโรคที่ทำให้เยื่อบุในลำไส้ใหญ่อักเสบ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องและรู้สึกไม่สบายตัวในหลายๆ ด้านทำให้การดูดซึมสารอาหารวิตามินได้ไม่ดี การเลือกกินอาหารจึงมีความสำคัญมาก และมักมีคำถาม ลําไส้อักเสบ กินอะไรได้บ้าง อยู่บ่อยครั้ง
การปรับเปลี่ยนอาหารเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการ โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นให้อาการกำเริบ และเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการรักษา ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อแนะนำด้านอาหารเพื่อช่วยให้สามารถควบคุมอาการของโรคได้อย่างดียิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการเลือกอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพในการดำรงชีวิตประจำวัน
อาหารที่ควรกินสำหรับผู้เป็นลำไส้อักเสบ
- อาหารที่มีแคลอรี่สูง เช่น มันฝรั่ง, เนยถั่ว, ครีม, ไอศกรีม, คุกกี้, พุดดิ้ง, คัสตาร์ด และช็อกโกแลตเข้มข้น เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำหนักและการขาดแคลอรี่
- อาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ เพื่อลดภาระงานของลำไส้ และช่วยลดอาการปวดท้องและท้องเสีย เช่น ขนมปังขาว, ข้าวขาว, แตงโม, และมะละกอ
- อาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ไข่ขาว, ถั่ว, เนื้อไก่ไม่ติดมัน, ผัก และผลไม้ เพื่อไม่ให้อาการของโรคกำเริบ
- อาหารที่มีโซเดียมต่ำ โดยเฉพาะขณะที่รับการรักษาด้วยคอร์ติโคสเตียรอยด์ เพื่อช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกาย
ตัวเลือกที่ไม่มีแลคโตส เช่น เต้าหู้, นมถั่วเหลือง หรือนมข้าว สำหรับผู้ที่มีความไวต่อแลคโตส - อาหารปลอดกลูเตน เช่น ผักและผลไม้สด, ไข่, ปลา, สัตว์ปีก สำหรับผู้ที่มีความไวต่อกลูเตน
- อาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน, ทูน่า, แมคเคอเรล, ปลาซาร์ดีน, ปลาไวท์เบต, ปลากระบอก, เมล็ดแฟลกซ์ และวอลนัท เพื่อช่วยลดการอักเสบ
- อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน, สัตว์ปีก และไข่ เพื่อทดแทนโปรตีนที่สูญเสียไปในช่วงที่โรคกำเริบ
- อาหารที่มีโปรไบโอติกส์ เช่น โยเกิร์ตที่มีน้ำตาลต่ำ เพื่อช่วยในการย่อยอาหารและป้องกันอาการที่อาจแย่ลง
- ผลไม้และผักบางชนิด เช่น อะโวคาโดที่มีโปรตีนและไขมันดี มีแคลอรี่สูงและน้ำปริมาณมาก ทำให้ย่อยง่าย และแครอทที่มีวิตามินเอและสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งกล้วยที่ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร
- การดื่มน้ำที่เพียงพอสำคัญมาก เพราะโรคลำไส้อักเสบแปรปรวนอาจทำให้การดูดซับของเหลวในลำไส้ลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการขาดน้ำหากไม่ได้รับปริมาณน้ำที่เพียงพอ
อาหารที่ไม่ควรกินและเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นให้เกิดโรคกำเริบ
- ผลไม้และผักที่ยังไม่ผ่านการปรุงสุกหรือมีเปลือก รวมถึงผักที่กระตุ้นการทำงานของลำไส้ เช่น ผลไม้ตากแห้ง และธัญพืช ซึ่งอาจทำให้เกิดแก๊สและกระตุ้นการทำงานของลำไส้
- ผลิตภัณฑ์จากนมที่อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียหรือปวดท้อง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการแพ้แลคโตส
- อาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอดและของมัน ซึ่งอาจนำไปสู่อาการท้องเสีย
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ที่อาจกระตุ้นการทำงานของลำไส้และทำให้อาการของโรคแย่ลง
- เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งอาจกระตุ้นการทำงานของลำไส้และทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
- น้ำอัดลมและโซดา ที่อาจทำให้ท้องอืดและระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร และมักมีส่วนผสมของน้ำตาลและคาเฟอีนที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการกำเริบ
- อาหารที่มีกำมะถัน เช่น เนื้อแดง ชีส ขนมปัง นม และผักในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดแก๊สจำนวนมากในกระเพาะอาหาร
- อาหารที่มีรสเผ็ด เพราะอาจทำให้ท้องเสียและกระตุ้นให้อาการของโรคกำเริบขึ้น
- อาหารที่มีกลูเตน เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ๊ตบางชนิด สำหรับผู้ที่มีความไวต่อกลูเตน
นอกเหนือจากการคัดเลือกอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพและหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นอาการกำเริบของโรคลำไส้อักเสบแปรปรวนแล้ว การจัดแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ ยังเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้รับประทานได้ง่ายและช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ผู้ป่วยสามารถจดบันทึกอาการหลังจากการรับประทานอาหารเพื่อตรวจสอบว่าอาหารใดที่อาจทำให้อาการแย่ลง
แม้ว่าอาหารบางชนิดจะช่วยบรรเทาอาการของโรคได้ ในขณะที่อาหารบางชนิดก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบ แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้นกับทุกคน การสังเกตการณ์ร่างกายของตนเองหลังรับประทานอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะสามารถหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นได้
ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารทั่วไปได้ นักโภชนาการอาจแนะนำให้รับประทานอาหารเสริมชนิดเหลว นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจต้องรับประทานวิตามินหรือเกลือแร่เพิ่มเติมเพื่อชดเชยสารอาหารที่ขาดหายไป การปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเกี่ยวกับแผนการรับประทานอาหารและอาหารเสริมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริโภคอาหารนั้นเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยแต่ละบุคคล.
