ใครกันนะช่างคิดเปรียบเทียบการขับถ่ายว่าเป็นการปลดทุกข์ เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ คนเราเมื่อกินอาการเข้าไปมากมายในแต่ละวัน บางคนกินมากกว่าวันล่ะ 3 มื้อเกิน 3000แคลลอรี่ต่อวัน สะสมเข้าไปทุกๆวัน แล้ว 3-4 วันขับถ่ายออกมาที ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีกับร่างกายเลย อาการนี้จะทำให้เป็นทุกข์อึดอัดแน่นท้อง เอาง่ายๆก็คือเรากินทุกวันก็ควรถ่ายออกมาทุกวันไม่โกงกันนะถ้าไม่ถ่ายทุกวันจะส่งผลร้ายมีโรคภัยตามมา เช่น ริดสีดวงทวาร ลำไส้อักเสบ ลามไปจนถึงมะเร็งลำไส้ และ เป็นสาเหตุจากการเกิดโรคอื่นๆตามมา
อาการของโรคลำไส้อักเสบ
อาการแบบไหนที่เข้าข่ายโรคลำไส้อักเสบ อาการที่พบได้บ่อยในโรคลำไส้อักเสบ คือ ท้องเสียหรือท้องร่วงร่วมกับปวดท้อง โดยอาการปวดท้องนั้นจะมีลักษณะแบบปวดบีบๆ นอกจากนั้นอาจมีอาการอื่นที่พบร่วมด้วย เช่น ลักษณะอุจจาระอาจเหลว เป็นน้ำ เป็นมูกหรือเป็นมูกเลือด มีอาการปวดเกร็งบริเวณท้อง เนื่องจากลำไส้บีบตัว อาจเกิดอาการท้องร่วงกะทันหัน ถ่ายวันละ 10-20 ครั้ง บางครั้งมีมูกหรือเลือดปนมากับอุจจาระในบางรายอาจมีไข้ขึ้นสูงร่วมด้วยได้ ทั้งยังคลื่นไส้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด มักทำให้เกิดอาการปวดท้องส่วนล่าง หรือปวดเกร็ง ท้องร่วง และเกิดการอักเสบของลำไส้ใหญ่
นอกจากอาจมีอาการทางระบบอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ข้ออักเสบ ตาอักเสบ เป็นต้น หลายคนอาจจะมองว่าโรคนี้เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง อาการอาจไกล้เคียงกับถ่ายท้อง ทำให้หลายคนเข้าใจว่าไม่รุนแรง เพราะคิดว่าแค่กินยาก็หายเองได้ แต่หากเป็นซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้งอาจทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังที่อันตรายถึงชีวิตได้ มักทำให้เกิดอาการปวดท้องส่วนล่าง หรือปวดเกร็ง ท้องร่วง และเกิดการอักเสบของลำไส้ใหญ่
สาเหตุของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังเกิดจาก
อาจเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ เมื่อมีสารพิษปนเปื้อนในอาหารที่รับประทานเข้าไป ภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่ป้องกันและกำจัดสิ่งแปลกปลอมอาจกลับมาทำลายเนื้อเยื่อในร่างกายแทน ทำให้รักษายากและใช้เวลานาน ทำให้เกิดอาการลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังในที่สุด
ป้องกันลำไส้อักเสบ
โรคนี้สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพราะเป็นโรคที่เกิดกับระบบทางเดินอาหารโดยตรง หากเราสามารถดูแลเรื่องสุขอนามัยในการรับประทานอาหารจะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคนี้ได้ เช่น ไม่ควรรับประทานอาหารครั้งละมาก ๆ ควรทานเป็นมื้อเล็ก ๆ 5 หรือ 6 มื้อ และควรดูแลความสะอาดของอาหารอยู่เสมอ ปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำ โดยดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอใน 1 วันๆล่ะ 1-2 ลิตร งดการดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเพราะส่งผลให้ลำไส้ทำงานมากขึ้น ดูแลสุขอนามัยด้วยการล้างมือทั้งก่อน และหลังรับประทานอาหาร รวมถึงควรตรวจดูภาชนะที่ใส่อาหารว่าสะอาดหรือไม่
กินอาหารที่ดีต่อลำไส้จะเป็นอาหารที่มีจุลินทรีย์และเส้นใยที่สูง เพราะอาหารที่มีกากใยที่สูงนั้น จะช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยเอาสิ่งตกค้างต่าง ๆ ออกจากลำไส้ และอาหารที่มีจุลินทรีย์ที่ดีนั้น จะช่วยเพิ่มแบคทีเรียตัวดีในลำไส้ ทำให้ลำไส้ของเรามีความแข็งแรงมากขึ้น เช่น เครื่องดื่มดีๆอย่าง คอมบูช่ะ โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ผงกล้วยน้ำว้าดิบที่มีสรรพคุณรักษาแผลในกระเพาะลำไส้ ป้องกันกรดไหลย้อน มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กับลำไส้ กินอาหารให้ตรงเวลาเพื่อให้ลำไส้หลั่งน้ำย่อยเป็นเวลาเดิมๆ ขับถ่ายให้ตรงเวลาทุกวันจะช่วยให้ลำไส้สะอาดและแข็งแรง และอย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้ลำไส้มีการขยับเขยื้อน
ลำไส้อักเสบรักษาได้อย่างไร
การรักษาตามอาการ คือ การป้องกันภาวะขาดน้ำด้วยการให้กินผงละลายเกลือแร่โออาร์เอส หรือถ้าขาดน้ำมากจะให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ และให้รับประทานอาหารอ่อนหรืออาหารเหลว โดยแพทย์อาจให้ทานยาแก้ปวดและยาแก้คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะ กรณีเกิดการอักเสบจากติดเชื้อแบคทีเรีย หรือการให้ยาฆ่าเชื้อราเมื่อมีการอักเสบเกิดจากเชื้อราเป็นต้น
สรุปคือสุขภาพลำไส้ของเราถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ การมีสุขภาพที่ดี ก็ควรที่จะมีการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก
