ภาวะสังคมที่เร่งรีบ ความกดดัน ทำให้เกิด อาการโรคเครียดลงกระเพาะ จนน้ำหนักลด ปวดหัว คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดท้อง ไม่อยากอาหาร นอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ บางรายทำให้เกิดกรดไหลย้อน ด้วยการที่คุณต้องเผชิญกับปัญหาจากเรื่อง เรียน ทำงาน เพื่อน ครอบครัว การเงิน ต้องการดูแลคนที่คุณรักครอบครัวให้ดีขึ้น ทำให้เกิดอาการเครียด และเพราะด้วยความเครียดนี้ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง กรดมีการหลั่งมามากขึ้นทำให้ปวดท้อง ทรมานมากขึ้น ฮอร์โมนในร่างกายจะเกิดความแปรปรวน เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวกและกระเพาะอาหารจะหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลทำให้ระบบการทำงานย่อยอาหารแย่ลงได้ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบอื่น ๆ ตามมา
เครียดลงกระเพาะอาการอย่างไร
ลองสังเกตว่าเรามีอาการดังนี้หรือไม่ ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ ตอนท้องว่างเสียดหน้าอก อาหารไม่ย่อย รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ท้องอืด เรอเหม็นเปรี้ยว มีแก๊สในกระเพาะมาก ถ่ายเป็นสีดำหรือถ่ายเป็นเลือด นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท ทำให้เสี่ยงติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้ง่าย เพราะระบบภูมิคุ้มกันทำงานน้อยลง ลำไส้ใหญ่ตอบสนองต่อความเครียดที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดอาการท้องผูกหรือท้องเสีย ความเครียดยังกระตุ้นให้อาการของโรคระบบทางเดินอาหารแย่ลงได้ เช่น ลำไส้อักเสบ ลำไส้แปรปรวน เป็นต้น
วิธีแก้ ดูแลรักษาตนเอง ป้องกันโรคเครียดลงกระเพาะ
- ควรกินอาหารให้ตรงเวลา
- ไม่กินอาหารรสจัด
- ลดของมัน ของทอด เป็นกลุ่มอาหารย่อยยาก เกิดการหมักหมมได้ง่าย
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดความเครียด เพิ่มสารแห่งความสุข
- งดแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม เป็นตัวเร่งให้เกิดกรดยิ่งทำให้ปวดท้อง
- ที่สำคัญพยายามไม่เครียด หรือ หากิจกรรมคลายเครียดบ้าง
- ทานอาหารที่มีพรีไบโอติก โปรไบโอติก ลำไส้ที่ดีจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดความเครียด
เพราะความเครียดคือ จุดเริ่มต้นของโรคร้าย ความเครียด ไม่ได้ส่งผลร้ายต่อจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อปัญหาสุขภาพกายอีกด้วย ทำให้เกิดเครียดลงกระเพาะ แผลในกระเพาะ ทำให้มี 15 อาการกรดไหลย้อน ดังนั้นหากรู้สึกว่าตนเองเครียดมากเกินไป ควรหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง ทำสมาธิ ทำอาหาร เพื่อช่วยลดความเครียด พร้อมจัดตารางการทำงานและวางแผนการทำงานล่วงหน้า
การจัดการความเครียดสามารถบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ เพียงลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ออกกำลังกายให้พอดี เพื่อกระตุ้นหลั่งสารเอ็นโดรฟินที่จะช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้ หรือจะฟังเพลง เล่นโยคะ ฝึกสมาธิ วาดรูป ท่องเที่ยว อ่านหนังสือ หรืออาจจะปรึกษาครอบครัว เพื่อน คนรอบข้าง เพื่อพูดคุยระบายความเครียดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้สบายใจขึ้นได้ สำหรับในบางรายที่ไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ด้วยตนเอง แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อช่วยแนะนำวิธีรับมือกับความเครียดและเปลี่ยนมุมมองกับปัญหาที่เจอ
ควรเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อาหารบางชนิดส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร อีกทั้งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดได้ เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำหวาน แอลกอฮอล์ ที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดและส่งผลต่อระบบย่อยโดยควรหลีกเลี่ยงอาหารขยะ อาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด งดสูบบุหรี่
รวมทั้งควรกินนมเปรี้ยว คอมบูช่ะ โยเกิร์ต ผงกล้วยน้ำว้าดิบที่ช่วยรักษาแผลในกระเพาะลำไส้บรรเทากรดไหลย้อนมีจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้ ให้บ่อยขึ้น เนื่องจากมี Probiotics ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในร่างกาย และทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน
